พรที่สัมฤทธิ์

ธรรมเนียมการให้พร
เรื่อง พรที่สัมฤทธิ์
๑ จากเรื่องพุทธพจน์ตรัสไว้สิ่งที่พึงปรารถนา มีอะไรบ้าง
ตอบ อายุ วรรณะ สุขะ
๒ จตุรพิธพรชัย คือ พร สี่ประการ ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ตอบ อายุ วรรณะ สุขะ พละ
๓ คำว่า พร ในภาษาพระ หมายถึงอะไร
ตอบ ผลประโยชน์หรือสิทธิพิเศษที่ให้ตามคำขอ
๔ ปุโรหิตขอสิ่งใดให้ลูกชาย
ตอบ ลูกเป็นผู้วาจาไม่ดี ฉะนั้น ถ้าหากว่าเขาพูดอะไรผิดพลาดไป ขอพระองค์ได้โปรดยกโทษให้
๕ พระนางผุสดีขอพรกี่ประการจากพระอินทร์
ตอบ ขอพร ๑๐ ประการ
ผู้แต่ง พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
ธรรมเนียมการให้พร
พร มาจากภาษาบาลี สันสกฤต ว่า วร (อ่านว่า วะ-ระ) แปลว่าสิ่งที่เลือก สิ่งที่ขอ ในเรื่องพระเวสสันดรชาดก พระนางผุสดีเทพอัปสร ผู้จะต้องจุติจากสวรรค์มาเกิดในโลกมนุษย์ได้ขอพรพระอินทร์ ๑๐ประการ เช่นขอให้มีพระโอรสที่ทรงเกียรติเหนือกษัตริย์ทั้งหลายและเป็นผู้มีใจบุญ เป็นต้น เมื่อมาเกิดเป็นนางผุสดี ได้เป็นมเหสีพระเจ้ากรุงสญชัย ได้มีพระเวสสันดรเป็นพระโอรส
คำอวยพร หมายถึง ถ้อยคำที่แสดงเจตนาถึงความปรารถนาดี มุ่งหวังให้ผู้รับมีความสุข แบ่งออกเป็น ๒ ประเภทได้แก่
๑ อวยพรโอกาสทั่วๆไปเช่นผู้ใหญ่อวยพรเด็กๆ
๒ อวยพรเฉพาะโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด ปีใหม่ แต่งงาน โอกาสสำเร็จการศึกษา
การใช้ถ้อยคำในการให้พร มีข้อควรระวัง ดังนี้
๑ เลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับโอกาส สมกับผู้รับ
๒ เหมาะสมกับบุคคล หากอวยพรผู้เสมอกัน อวยพรให้ผู้ที่มีฐานะหรือวัยวุฒิต่ำกว่าก็อวยพรตามที่เห็นว่าเหมาะสม
คำสมาส คำสนธิ
คำสมาส การสร้างคำสมาสในภาษาไทยได้แบบอย่างมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต โดยนำคำบาลี-สันสกฤต ตั้งแต่สองคำมาต่อกันหรือรวมกัน ลักษณะของคำสมาสเป็นดังนี้
๑ เป็นคำที่มาจากภาษาบาลี สันสกฤตเท่านั้น คำที่มาจากภาษาอื่นๆนำมาประสมกันไม่นับเป็นคำสมาส เช่น
บาลี + บาลี อัคคีภัย วาตภัย โจรภัย อริยสัจ อัจริยบุคคล
สันสกฤต + สันสกฤต แพทยศาสตร์ วีรบุรุษ สังคมวิทยา ศิลปกรรม
๒ คำที่รวมกันแล้วไม่เปลี่ยนแปลงรูปคำแต่อย่างใด เช่น
วัฒน + ธรรม = วัฒนธรรม สาร + คดี = สารคดี
พิพิธ + ภัณฑ์ = พิพิธภัณฑ์ กาฬ + ปักษ์ = กาฬปักษ์
ทิพย + เนตร = ทิพยเนตร โลก + บาล = โลกบาล
๓ คำสมาสเมื่อออกเสียงต้องต่อเนื่องกัน เช่น
ภูมิศาสตร์ อ่านว่า พู-มิ-สาด เกียรติประวัติ อ่านว่า เกียด-ติ-ประ-หวัด
รัฐมนตรี อ่านว่า รัด-ถะ-มน-ตรี เกตุมาลา อ่านว่า เก-ตุ-มา-ลา
๔ คำที่มาสมาสกันแล้ว ความหมายหลักอยู่ทีคำหลัง ส่วนความหมายรองอยู่ที่คำหน้า เช่น

ยุทธ(รบ) + ภูมิ (แผ่นดิน) = ยุทธภูมิ (สนามรบ)
หัตถ (มือ) + กรรม (การงาน) = หัตถกรรม (งานฝีมือ)
คุรุ (ครู) + ศาสตร์ (วิชา) = คุรุศาสตร์ (วิชาครู)
๕ คำว่า “วร”เมื่อสมาสกับคำอื่นแล้ว จะนำมาใช้เป็นคำราชาศัพท์ในภาษาไทยจะแผลงเป็น
วรพักตร์ เป็น พระพักตร์ วรเนตร เป็น พระเนตร
แต่พระเก้าอี้ พระอู่ พระขนอง ซึ่งมีคำว่าพระอยู่ข้างหน้า แต่เก้าอี้ อู่ ขนอง ไม่ใช่คำบาลีสันสกฤต คำราชาศัพท์เหล่านี้จึงไม่เป็นคำสมาส
ข้อสังเกต
คำสมาสจะต้องเป็นคำบาลีกับบาลี หรือสันสกฤตกับสันสกฤตมาสมาสกัน หรือบาลีกับสันสกฤตมาสมาสกันก็ได้
คำสนธิ
หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเสียงตามหลักภาษาบาลีสันสกฤต เมื่อเสียงสองเสียงอยู่ใกล้กัน จะมีการกลมกลืนเป็นเสียงเดียวกัน โดยมีการเปลี่ยนแปลงพยัญชนะ สระและนิคหิตที่มาเชื่อมเพื่อการกลมกลืนเสียงให้เป็นธรรมชาติของการออกเสียง ทำให้เสียงเหล่านั้นมีเสียงสั้นเข้า เช่น
สุข + อภิบาล เป็น สุขาภิบาล ภูมิ + อินทร์ เป็น ภูมินทร์
สนธิมี ๓ ลักษณะ คือ
๑ สระสนธิ คือ การกลมกลืนด้วยเสียงสระ เช่น
วิทย + อาลัย = วิทยาลัย พุทธ + อานุภาพ = พุทธานุภาพ
มหา + อรรณพ = มหรรณพ นาค + อินทร์ = นาคินทร์
๒ พยัญชนะสนธิ เป็นการกลมกลืนเสียงระหว่างพยัญชนะกับพยัญชนะ ซึ่งไม่ค่อยมีใช้ในภาษาไทย เช่น
รหัสฺ + ฐาน = รโหฐาน นิสฺ + ภย = นิรภัย ทุสฺ + ชน = ทุรชน
๓ นฤคหิตสนธิ ได้แก่ การเชื่อมคำที่ขึ้นต้นด้วยนฤคหิตหรือพยางค์ท้ายของคำหน้าเป็นนฤคหิตกับคำอื่นๆเช่น
สํ + อุทัย = สมุทัย สํ + อาคม = สมาคม สํ + ขาร = สังขาร

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s