สุภาษิตพระร่วง

เรื่อง สุภาษิตพระร่วง
ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสันนิษฐานว่าพ่อขุนรามคำแหงทรงพระราชนิพนธ์ แต่นักวิชาการทั้งหลายกล่าวว่า ควรเรียกว่าสุภาษิตพระร่วง คำว่าพระร่วงเป็นสมญานามเรียกแทนกษัตริย์ทุกพระองค์ขอสุโขทัยเท่านั้น
ต่อมามีผู้แสดงความเห็นว่า สุภาษิตพระร่วงคงไม่ได้มีมาแต่สุโขทัย น่าจะเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส โดยทรงดัดแปลงพระราชนิพนธ์โคลงประดิษฐ์ พระร่วงของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
ลักษณะคำประพันธ์ เป็นบทร้อยกรองลักษณะร่ายโบราณ ตอนจบเป็นโคลงกระทู้ ๑ บท
จุดมุ่งหมายในการแต่ง เพื่อสั่งสอนประชาชน
ที่มา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้นำข้อความมาจารึกบนแผ่นศิลาแล้วฝังไว้ที่ผนังด้านในหน้าพระเจดีย์องค์เหนือในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
สาระสำคัญของเรื่อง
เริ่มต้นกล่าวถึงพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัยทรงมุ่งหวังประโยชน์ในภายหน้า จึงทรงบัญญัติสุภาษิตเป็นเครื่องเตือนสติประชาชน ต่อด้วยสุภาษิต ๑๕๘ บท เป็นทั้งคติทางโลกและคติทางธรรม
คุณค่าของเรื่อง
๑ คุณค่าทางภาษา ลักษณะเด่นของสุภาษิตพระร่วง คือใช้คำง่ายๆคล้องจองไพเราะ กะทัดรัด จำง่าย
๒ คุณค่าทางสังคม นับเป็นสุภาษิตประจำชาติไทยที่ใช้ในการดำเนินชีวิตมานาน สุภาษิตบางบทกวีสมัยหลังนำมากล่าวไว้ในบทประพันธ์ของตน
๓ คุณค่าด้านค่านิยม
สุภาษิตพระร่วงได้แสดงถึง ค่านิยม ประเพณี และคุณธรรมของคนไทยไว้หลายประการ เช่น ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ การรู้จักประมาณตน การสร้างบุญกุศล

ความรู้ประกอบเรื่อง
เนื่องด้วยสุภาษิตพระร่วงเป็นสุภาษิตไทยแท้และเกี่ยวข้องด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นส่วนมาก เช่น เกี่ยวกับ กรรมดี กรรมชั่ว เมตตากรุณา ความประมาท ความเพียร ความโลภฯลฯ
จึงพิจารณาตามสำนวนภาษา แบ่งสุภาษิตพระร่วงเป็น ๒ ประเภท คือ สุภาษิตไทยแท้ และพุทธศาสนสุภาษิต
๑ สุภาษิตไทยแท้ เป็นหลักการปฏิบัติเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของคนไทยโดยทั่วไป เช่น
๑ หลักการปฏิบัติตนโดยทั่วไป เช่น เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินเมื่อใหญ่.เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า,น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ,อย่าตีงูให้กา อย่าตีปลาหน้าไซ,
๒ หลักการปฏิบัติต่อที่สูงกว่า เช่น คบขุนนางอย่าโหด,ผู้เฒ่าสั่งจงจำความ,อย่าเลียนครูเตือนด่า,ครูบาสอนอย่าโกรธ.
๓ หลักการปฏิบัติต่อผู้เสมอกัน เช่น อย่าอวดหาญแก่เพื่อน,อย่าขอของรักมิตร,
๔ หลักการปฏิบัติต่อผู้ต่ำกว่า เช่น ข้าคนไพร่อย่าไฟฟุน,คนจนอย่าดูถูก
๕ หลักการปฏิบัติต่อผู้ที่ตนรัก เช่น ที่รักอย่าดูถูก,คนรักอย่าวางใจ,ลูกเมียยังอย่าสรรเสริญ
๒ พุทธศาสนสุภาษิต
สุภาษิตพระร่วงบางตอนแปลจากพุทธศาสนสุภาษิตโดยตรง บางตอนดัดแปลงมาจากศาสนธรรม เช่น อย่าใฝ่เอาทรัพย์ท่าน ดัดแปลงมาจาก “อทินนาทานา เวรมณี” เว้นจากการลักทรัพย์ ส่วนที่แปลมาจากพุทธศาสนสุภาษิตมีอยู่มาก ดังนี้
๑ เอาแต่ชอบเสียผิด ตํ คณเยยฺยํ ยทปณฺณกํ สิ่งใดไม่ผิดถือเอาสิ่งนั้น
๒ อย่าประกอบกิจเป็นพาล ปาปานิ ปริวชฺชเย พึงละเว้นกรรมชั่วทั้งหลาย
๓ ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้าง โลโกปตฺถมภิกา เมตตาธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนโลก
๔ สร้างกุศลอย่ารู้โรย อภิตฺถเรถ กลฺยาเณ พึงขวนขวายในความดี
๕ อย่าโดยคำคนพลอด นาสฺมเส อลิกวาทิเน ไม่ควรไว้ใจคนพูดพล่อยๆ
๖ อย่าใฝ่ตนให้เกิน อตฺตานํ นาติวตฺเตยฺย บุคคลไม่ควรลืมตน
๗ ได้ส่วนอย่ามักมาก ยํ ลทฺธํ เตน ตุฎฺฐพฺพํ ได้สิ่งใดพึงพอใจด้วยสิ่งนั้น
๘ อย่าเบียดเสียดแก่มิตร มิตฺตทุพโภ หิ ปาปโก ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวแท้
๙ อย่ามัวเมาเนืองนิตย์ มา ปทาทมนุญฺเชต อย่ามัวประกอบความประมาท
๑๐ คบคนพาลอย่าพาลผิด อย่าผูกมิตรไมตรี มาสสุ พาเลน สงฺคจฺฉิ อมิตฺเตเนว สพฺพทา
อย่าสมาคมกับคนพาล ซึ่งเป็นดังศัตรูทุกเมื่อ
๑๑ อย่ากอปรจิตริษยา อรติโลกนาสิกา ความริษยาทำให้โลกฉิบหาย
๑๒ อย่ายินคำคนโลภ นาสมเส อตฺตถปญฺญูมหิ ไม่ควรไว้ใจคนเห็นแก่ประโยชน์ตัว
๓ ร่าย เป็นร้อยกรองเก่าแก่ของไทย กวีนิยมใช้แต่งคู่กับโคลง การแต่งร่ายมีลักษณะบังคับน้อยเมื่อเทียบกับฉันทลักษณ์อื่น แต่มีท่วงทำนองไพเราะเป็นเอกลักษณ์
ร่ายสุภาพ เป็นร่ายที่ต้องจบบทด้วยรูปแบบโคลงสองสุภาพ จึงจะเรียกว่า ร่ายสุภาพ มีลักษณะบังคับดังนี้
๑ ร่ายสุภาพ ๑ บท มีตั้งแต่ ๕ วรรค ขึ้นไป วรรคหนึ่งๆกำหนดให้ใช้ ๕ คำเป็นพื้น
๒ สัมผัสบังคับมีดังนี้
๒.๑ คำสุดท้ายของวรรคหน้าส่งสัมผัสสระไปยังคำที่ ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ ของวรรคต่อไป
๒.๒ การส่งและรับสัมผัสกันระหว่างวรรคเช่นนี้ดำเนินไปสิ้นสุดที่การส่งสัมผัสจากคำสุดท้ายของวรรคสุดท้ายของร่าย มายังคำที่ ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ ในวรรคแรกของโคลงสองสุภาพ
๒.๓ ต้องจบด้วยโคลงสองสุภาพ

แผนผังร่าย
แบบทดสอบ
๑ ผู้ที่โปรดเกล้าฯ ให้จารึกบัญญัติพระร่วงลงบนศิลาคือใคร
๒ การจารึกบัญญัติพระร่วงลงบนศิลา เพื่อประดับไว้ที่วัดใด
๓ เหตุใดต้องจารึกลงบนศิลา
๔ “อย่าผูกมิตรคนจร” เป็นการสอนเกี่ยวกับอะไร
๕ “เดินทางอย่าเดินเปลี่ยว” หมายความว่าอย่างไร
๖ “คนขำอย่าร่วมรัก” คำว่า “คนขำ” หมายถึงอะไร
๗ สุภาษิตพระร่วงได้ห้ามการคบคน ๔ ประเภท มีอะไรบ้าง
๘ “ที่สุ้มเสือจงประหยัด” เป็นการสอนเกี่ยวกับอะไร
๙ อย่ายลเหตุแต่ใกล้ หมายถึงอะไร
๑๐ “อย่ารักห่างกว่าชิด” หมายถึงอะไร
๑๑ “อย่าใช้คนบังบด” หมายความว่าอย่างไร
๑๒ “เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า” หมายถึงอะไร
๑๓ “คบขุนนางอย่าโหด” หมายถึงอะไร
๑๔ “ใจอย่าเบาจงหนัก คือ ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต” ตรงกับ พุทธสุภาษิตใด
๑๕ “อย่าตื่นยกยอตน” ตรงกับพุทธสุภาษิตใด

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s