พระมหาชนกชาดก

พระมหาชนก แสดงถึงการบำเพ็ญ วิริยะบารมี คือความพากเพียรเป็นต้นเหตุแห่งความสำเร็จ ใจความสำคัญคือพระมหาชนกราชกุมารเดินทางไปทางทะเล เรือแตก คนทั้งหลายจมน้ำตายบ้าง เป็นเหยื่อของสัตว์น้ำบ้างแต่ะไม่ทรงละความอุตสาหะ ทรงว่ายน้ำดดยกำหนดทิศทางแห่งกรุงมิถิลา ในที่สุดก็รอดชีวิตกลับถึงกรุงมิถิลาได้ครองราชสมบัติ ชาดกเรื่องนี้เป็นที่มาแห่งภาษิตที่ว่า เป็นชายควรเพียรร่ำไป อย่าเบื่อหน่าย(ความเพียร)เสีย.

เตมียชาดก

เตมีชาดก อ่านว่า เต-มี-ยะ-ชา-ดก เป็นพระโพธิสัตว์ที่เสวยชาติเป็นพระเตมีย์ โอรสในพระราชกาสิกราช แห่งกรุงพาราณสี เมื่อมีพระชมมายุเพียง ๑ เดือน ก็ทรงตระหนักว่าการเกิดเป็นกษัตริย์ต้องทำบาป ต้องสั่งลงโทษผู้อื่นที่กระทำผิด จึงอธิฐานทำตนเป็นใบ้ และง่อยเปลี้ยเสียขา พระบิดาจึงให้โหรหลวงทำนาย ได้ความว่า พระองค์เป็นกาลกินีแก่ราชวงศ์ให้นำไปฝังทั้งเป็น แต่ก่อนที่พระองค์จะถูกฝังก็แสดงพระองค์ให้เป็นว่าไม่ได้เป็นคนพิการ ทรงเดินได้เป็นปกติ และยังยกรถด้วยพละกำลังอันเป็นพระบารมี และเล่าความจริงให้สารถีที่กำลังขุดหลุมเพื่อฝังพระองค์ว่า พระองค์ไม่ต้องการเสวยราชสมบัติ จึงแกล้งทำเป็นคนพิการ ต่อจากนั้นจึงได้เสด็จออกผนวช ชาดกเรื่องนี้้ เน้นให้เห็นการบำเพ็ญ “เนกขัมบารมี” คือการละทิ้งราชสมบัติ

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า กับ นกแสก

เรื่อง นกแสกกับความเชื่อ
ในบรรดาวรรณคดีไทยที่เอ่ยถึงนกแสก คงไม่มีวรรณคดีเรื่องใดจะมีถ้อยคำและเนื้อหาสละสลวย
มากเท่ากลอนดอกสร้อยข้างล่างนี้จากกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า ของพระยาอุปกิตศิลปสารมีความ
ไพเราะจับใจผู้อ่าน รวมทั้งผมด้วยตลอดมา จนทำให้ผมจดจำได้จนถึงทุกวันนี้
นกเอ๋ยนกแสก จับจ้องร้องแจ๊กเพียงแถกขวัญ
อยู่บนยอดหอระฆังบังแสงจันทร์ มีเถาวัลย์รุงรังถึงหลังคา
เหมือนมันฟ้องดวงจันทร์ให้ผันดู คนมาสู่ซ่องพักมันรักษา
ถือเป็นที่รโหฐานนมนานมา ให้เสื่อมผาสุกสันต์ของมันเอย
กลอนดอกสร้อยบทนี้ สะท้อนให้เห็นชีวิตของนกแสกได้เป็นอย่างดีว่า ผูกพันอยู่กับวัดวาอาราม และป่าช้ามากเพียงใด จนทำให้เรื่องราวของนกแสกมักจะเกี่ยวข้องกับภูตผีปีศาจและความตายอยู่เสมอๆ ชาวบ้านมักเชื่อกันว่า ถ้าหากนกแสกบินไปเกาะที่หลังคาบ้านใครที่มีคนนอนป่วยเพื่อรอวันตายอยู่ จะมีคนตายในบ้านหลังนั้นทันที ด้วยเหตุนี้ในเวลาที่ใครได้เห็นนกแสก มักจะเข้าใจเอาเองว่า ได้เห็นภูตผีปีศาจ หรือเชื่อว่ามีภูตผีปีศาจอยู่ใกล้ๆ จนเกิดอาการหวาดกลัวเมื่อได้เห็นนกแสก
นกแสกเป็นนกในวงศ์ Tytonidae คนละวงศ์กับนกเค้าต่างๆ ซึ่งอยู่ในวงศ์ Strigidae แต่รูปร่างหน้าตา โดยทั่วๆ ไปคล้ายคลึงกับนกเค้า ลำตัวตั้งตรง และสอบมาทางด้านท้าย คอสั้นมาก หัวโตและกระหม่อมแบน ใบหน้าก็แบนมากซึ่งเห็นได้ชัดถ้าหากมองทางด้านข้าง ดวงตาเล็กอยู่ทางด้านหน้าของหัวรอบๆ ดวงตามีขนซึ่งเรียงออกไปดูคล้ายกับจานครึ่งวงกลม เรียกกันว่า วงหน้า (facial disc) เมื่อวงหน้าทั้งสองมาชนกันที่กึ่งกลางหน้าจึงทำให้เห็นใบหน้าของมันเป็นรูปหัวใจ ปากเป็นข้องุ้มใช้ในการฉีกเหยื่อ
นกแสกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tyto alba ชื่อสกุลคือ Tyto เพี้ยนมาจากคำว่า tuto ในภาษากรีก
ซึ่งหมายถึง นกเค้า ส่วนชื่อชนิดคือ alba มาจากคำว่า albus ในภาษาละติน ซึ่งแปลว่า สีขาว รวมความ
แล้วจึงแปลว่านกเค้าสีขาว เพราะขนส่วนใหญ่เป็นสีขาว โดยเฉพาะใต้ปีกซึ่งขาวมาก ในเวลาที่นกแสกบินผ่านหน้าเราไปในยามค่ำคืนอันมืดมิด เราจึงเห็นเป็นนกขนาดใหญ่สีขาวๆ บินผ่านหน้าเราไปอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ ใครที่มองไม่ค่อยทันจึงมักทึกทักเอาว่า ได้เห็นภูตผีปีศาจลอยผ่านหน้าไป
ความเชื่อเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านถือว่า นกแสกเป็นพาหนะของพญายม เทพเจ้าแห่งความตาย
ที่จะพาวิญญาณของคนตายไปสู่ยมโลก ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540 เคยมีข่าวว่า พระภิกษุที่วัดเหมืองหม้อ จังหวัดแพร่ ได้จับนกแสกที่ทำรังอยู่ในซอกใต้หลังคาวิหารเอามาขังกรง เพราะชาวบ้านใน
ละแวกนั้นต่างพากันหวาดกลัวว่าเป็นนกปีศาจ จนกลายเป็นข่าวใหญ่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์
ฉบับหนึ่ง
ในต่างประเทศ นกแสกก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายเช่นกัน ในอิตาลี บนเกาะซิซิลี(Sicily) ชาวบ้านเชื่อว่า ถ้าหากนกแสกส่งเสียงร้องใกล้ๆ บ้านหลังใดซึ่งมีคนนอนป่วยอยู่ คนนอนป่วย
ในบ้านหลังนั้นจะตายภายใน 3 วัน แต่ถ้าในบ้านหลังนั้นไม่มีคนนอนป่วยอยู่ คนในบ้านหลังนั้นจะมี
อาการเจ็บป่วย เพราะต่อมทอนซิล (tonsil) อักเสบ
อย่างไรก็ดี ชาวโรมันและชาวกรีกโบราณถือกันว่า นกแสกเป็นนกที่บอกลางร้ายเท่านั้น และ
ความเชื่อเช่นนี้ยังสืบทอดติดต่อกันมาจนถึงชาวอังกฤษและชาวยุโรปชาติอื่นๆ อีกด้วย แต่ในประเทศ ฝรั่งเศสตอนใต้ นกแสกกลับกลายเป็นนกที่บอกลางดี เพราะชาวบ้านเชื่อกันว่า ถ้าหากมีนกแสกมาส่งเสียงร้องอยู่ในปล่องไฟของบ้านหลังใดที่มีหญิงกำลังตั้งครรภ์ หญิงคนนั้นจะให้กำเนิดทารกเป็นเด็กผู้หญิง แต่ถ้าหากโยนเกลือเข้าไปในกองไฟในเตาผิงแม้เพียงเล็กน้อย หญิงคนนั้นจะให้กำเนิดทารกเป็นเด็กผู้ชาย
ชาวอังกฤษเรียกนกแสกว่า Barn Owl ซึ่งแปลว่า นกเค้ายุ้งฉาง เพราะในทวีปยุโรปและทวีปเอเชียตอนเหนือ นกแสกชอบเข้าไปเกาะหลับนอนหรือทำรังวางไข่อยู่ในคอกปศุสัตว์หรือยุ้งฉาง (barn) แต่นกแสกสามารถปรับตัวเข้าไปเกาะหลับนอนและทำรังวางไข่อยู่ได้แทบทุกแห่งที่มีลักษณะเป็นโพรง ช่อง ซอก หรือถ้ำ แม้แต่ในอุโมงค์ลึกใต้ดิน นกแสกก็ยังบินเข้าไปเกาะหลับนอนหรือทำรังวางไข่ได้ และยังพบได้ทั่วไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย และพบได้ทั่วทุกทวีปด้วย ยกเว้นเฉพาะทวีปแอนตาร์คติกที่มีอากาศหนาวเย็นเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในเขตร้อนของโลก แต่ไม่ค่อยแพร่กระจายเข้าไปในเขตอบอุ่น

มงคลสูตรคำฉันท์

มงคลสูตรคำฉันท์

พระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาเกี่ยวกับมงคลสูงสุด ไว้ ๓๘ ประการ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำมงคลสูตรมาทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทประพันธ์ร้อยกรองประเภทคำฉันท์ มีลักษณะเด่นทางวรรณศิลป์ ใช้ถ้อยคำภาษาง่ายๆ แม้จะมีศัพท์บาลีอยู่บ้าง ก่อนนอนคืนนี้น้อมสิ่งดีใส่กมล สวดสูตรมงคลไม่อับจนในชีวา ู้ทรงพระราชนิพนธ์ คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อ พ.ศ.2466 ฉันทลักษณ์ แต่งเป็นคำฉันท์ คำฉันท์ ประกอบด้วย กาพย์ฉบังและอินทรวิเชียรฉันท์ในเรื่องมงคลสูตรคำฉันท์ จะแทรกคาถาบาลี

เนื้อเรื่องย่อย
พระอานนท์ เป็นผู้เล่าว่า พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวันวิหารซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย ตอนปฐมยาม มีเทวดารัศมีเจิดจ้ามาเข้าเผ้าพระพุทธองค์ ทูลถามถึงเรื่องมงคลพระพุทธเจ้าจึงตรัสเทศนาถึงมงคล ๓๘ ประการ เทวดาและมนุษย์ผู้ปฎิบัติตาม จะเป็นผู้ประเสริฐ ไม่แพ้ในที่ใดๆได้รับความเจริญสวัสดีทุกประการ

มงคล ๓๘ ประการ เทียบกับคำฉันท์ ได้ดังนี้
๑. ไม่คบคนพาล/๑. หนึ่งคือ บ่ คบคนพาล จะพาประพฤติผิด
๒. คบบัณฑิต/๒. หนึ่งคบกะบัณฑิต เพราะจะพาประสบผล
๓. บูชาผู้ที่ควรบูชา/๓. หนึ่งกราบก่อนบูชา อภิปูชนีย์ชน
๔. อยู่ในประเทศอันสมควร/๔. ความอยู่ประเทศซึ่ง เหมาะและควรจะสุขี
๕. เคยทำบุญไว้กาลก่อน/๕. อีกบุญญะการที่ ณ อดีตะมาดล
๖. ตั้งตนไว้ชอบ/๖. อีกหมั่นประพฤติควร ณ สภาวะแห่งตน
๗. สดับตรับฟังมาก/๗. ความได้สดับมาก และกำหนดสุวาที
๘. มีศิลปะ/๘. อีกศิลปศาสตร์มี จะประกอบมนุญการ
๙. มีวินัย/๙.ย อีกหนึ่งวินัยอัน นรเรียนและเชี่ยวชาญ
๑๐.มีวาจาเป็นสุภาษิต/๑๐. อีกคำเพราะบรรสาน ฤดิแห่งประชาชน
๑๑.บำรุงมารดาบิดา/๑๑. บำรุงบิดามา-ตุระด้วยหทัยปรีย์
๑๒.สงเคราะห์บุตร/๑๒. หากลูกและเมียมี ก็ถนอมประหนึ่งตน
๑๓.สงเคราะห์ภรรยา/๑๓. หากลูกและเมียมี ก็ถนอมประหนึ่งตน
๑๔.การงานไม่คั่งค้างอากูล/๑๔. การงานกระทำไป บ่มิยุ่งและสับสน
๑๕.ให้ทาน/๑๕. ให้ทาน ณ กาลควร
๑๖.ประพฤติธรรม/๑๖. และประพฤติ สุธรรมศรี
๑๗.สงเคราะห์ญาติ/๑๗. อีกสงเคราะห์ญาติ ที่ปฏิบัติบำเรอตน
๑๘.ประกอบการงานไม่มีโทษ/๑๘. กอบกรรมะอันไร้ ทุษกลั้วและมัวมล
๑๙.เว้นจากบาป/๑๙. ความงดประพฤติบาป อกุศลบ่ให้มี
๒๐.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา/๒๐. สำรวมวรินทรีย์ และสุราบ่เมามล
๒๑.ไม่ประมาทในธรรม/๒๑. ความไม่ประมาท ในพหุธรรมะโกศล
๒๒.เคารพ/๒๒.เคารพ ณ ผู้ควร จะประณตและนอบศีร์
๒๓.สงบเสงี่ยมเจียมตัว/๒๓. อีกหนึ่งมิได้มี จะกระด้างและจองหอง
๒๔.ยินดีด้วยของของตน(สันโดษ) /๒๔. ยินดี ณ ของตน บ่มิโลภทะยานปอง
๒๕.รู้คุณท่าน/๒๕. อีกรู้คุณาของ นรผู้ประคองตน
๒๖.ฟังธรรมตามกาล/๒๖. ฟังธรรมะโดยกา-ละเจริญคุณานนท์
๒๗.อดทน /๒๗. มีจิตตะอดทน และสถิต ณ ขันตี
๒๘.ว่าง่าย/๒๘. อีกนัยหนึ่งบ่พึงมี ฤดิดื้อทะนงหาญ
๒๙.เห็นสมณะ/๒๙. หนึ่งเห็นคณาเลิศ สมณาวราจารย์
๓๐.สนทนาธรรมตามกาล/๓๐. กล่าวธรรมะโดยกาล วรกิจจะโกศล
๓๑.บำเพ็ญตบะ (ความเพียร)/๓๑. เพียรเผากิเลสล้าง มละโทษะยายี
๓๒. ประพฤติพรหมจรรย์/๓๒. อีกหนึ่งประพฤติดี ดุจะพรหมพิสุทธิ์สรรพ์
๓๓.เห็นอริยสัจ/๓๓. เห็นแจ้ง ณ สี่องค์ พระอรียสัจอัน
๓๔.ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน/๓๔. อีกทำพระนิพพา- นะประจักษะแก่ตน
๓๕.จิตไม่หวั่นไหวเมื่อต้องโลกธรรม/๓๕. จิตใครผิได้ต้อง วรโลกะธรรมศรี
๓๖.จิตไม่เศร้าโศก/๓๖. ไร้โศกธุลีสูญ
๓๗.จิตปราศจากธุลี/๓๗. ไร้โศกธุลีสูญ
๓๘.จิตเกษม(ปลอดโปร่งจากกิเลส) /๓๘. และสบายบ่มัวมล
ข้อมูลเพิ่มเติม หนังสือแบบเรียนภาษาไทย ม.4 กระทรวงศึกษาธิการ

ศึกอินทรชิต

บทพากย์เอราวัณ

บทพากย์เอราวัณ

ผู้แต่ง
พระบาทสมเด็กพระพุทธเลิศหน้านภาลัย
พระนามเดิม คือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิสรสุนทร “ฉิม”

จุดมุ่งหมายในการแต่ง
สำหรับแสดงโขน

ลักษณะการแต่ง
กาพย์ฉบัง ๑๖

ลักษณะคำประพันธ์
- ๑ บทมี ๓ วรรค แบ่งเป็นวรรคแรก ๖ คำ วรรคสอง ๔ คำและวรรคสาม ๖ คำ
- ใน ๑ บท มีสัมผัสบังคับ ๑ แห่ง คือ
คำสุดท้ายของวรรคแรกสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคสอง
- มีสัมผัสระหว่างบทอยู่ที่คำสุดท้ายของบทแรกกับคำสุดท้ายของวรรคแรกของบทต่อไป

เนื้อเรื่องย่อ
อินทรชิตลูกของทศกัณฐ์กับนางมณโฑ เดิมชื่อรณพักตร์ เรียนวิชาศิลปศาสตร์ ณ สำนักฤาษีโคบุตร ภายหลังเรียนมนต์ชื่อมหากาลอัคคี สำหรับบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสามแล้ว ก็ไปนั่งภาวนาอยู่จนครบ ๗ ปี พระเป็นเจ้าเสด็จมาพร้อมกันทั้งสามองค์
พระอิศวร ประทานศรพรหมาสตร์ และบอกเวทแปลงตัวเป็นพระอินทร์
พระพรหม ประทานศรนาคบาศ และให้พรเมื่อตายบนอากาศ ถ้าหัวขาดตกลงพื้นดินให้กลายเป็นไฟบรรลัยกัลป์ ต่อเมื่อได้พานทิพย์ของพระพรหมมารองรับ จึงจะไม่ไหม้
พระนารายณ์ ประทานศรวิษณุปาณัม
ครั้งหนึ่งทศกัณฐ์ให้รณพักตร์ไปปราบพระอินทร์ เมื่อรบชนะพระอินทร์ ทศกัณฐ์จึงให้ชื่อใหม่ว่า อินทรชิต แปลว่า มีชัยชนะแก่พระอินทร์
เมื่อศึกติดลงกา อินทรชิตทำพิธีชุบศรพรหมาสตร์ แต่ไม่สำเร็จ เพราะทศกัณฐ์บอกข่าวการตายของกุมภกรรณ อินทรชิตจึงออกรบโดยแปลงกายเป็นพระอินทร์ และให้การุณราชแปลงเป็นช้างเอราวัณอันงดงามเมื่อทัพพระลักษณ์เห็นก็เคลิบเคลิ้มหลงกล อินทรชิตจึงแผลงศรนาคบาศถูกตัวพระลักษณ์และทัพวานร

ข้อมูล
หนังสือเรียนภาษาไทย ม.3 กระทรวงศึกษาธิการ

http://thaikaikog.blogspot.com/2012/04/blog-post_4874.html